เห็นชื่อ ZoomX, ReactX หรือ Cushlon บนกล่องรองเท้าทีไร หลายคนอาจนึกถึงแค่ว่าโฟมไหนนุ่มกว่าหรือเด้งกว่า แต่ Nike มองวัสดุเหล่านี้เป็นเหมือนชุดเครื่องมือให้ทีมออกแบบเลือกใช้ตามโจทย์ของรองเท้าแต่ละคู่ ตั้งแต่การไล่เวลาในมาราธอน การวิ่งทุกวัน ไปจนถึงการเปลี่ยนทิศทางในคอร์ต บทความอธิบายเทคโนโลยีที่ Nike เผยแพร่เมื่อ 14 ตุลาคม 2026 จึงพาไล่ดูว่าโฟม 4 ตระกูลที่คุ้นชื่อแตกต่างกันตรงไหน และถูกนำไปใช้กับรุ่นใดบ้าง
ZoomX และ ZoomX LT: โฟมสำหรับโจทย์ความเร็ว

จุดเริ่มของ ZoomX ในรองเท้าวิ่งถนนคือ Vaporfly 4% ปี 2017 Nike อธิบายว่าโฟมนี้ต่อยอดจากวัสดุประเภทที่เคยใช้ในงานด้านอวกาศ ผ่านกระบวนการทำโฟมแบบ supercritical ด้วยไนโตรเจนเพื่อให้เนื้อโฟมขยายตัว ขณะยังเบาและตอบสนองต่อแรงกด เรื่องราวไม่ได้หยุดอยู่ที่รองเท้าวิ่งแข่ง: ปัจจุบัน Nike แยก ZoomX เป็น 5 รูปแบบ เพื่อปรับให้เหมาะกับกีฬาต่างกัน
ในฝั่งรองเท้าวิ่ง เราจะเห็น ZoomX ในไลน์ระดับแข่งขันอย่าง Alphafly 4 ส่วน ZoomX LT ที่ใช้ใน Nike Apex เป็นสูตรเฉพาะสำหรับวันแข่งที่ Nike ระบุว่านุ่มกว่า เบากว่า และคืนพลังงานมากกว่า ZoomX แบบเดิม ขณะเดียวกัน ZoomX ที่ปรับให้เหมาะกับกีฬาแต่ละชนิดยังไปอยู่ในรองเท้าบาส LeBron 23 และ G.T. Cut 4 รวมถึงสตั๊ดฟุตบอล Mercurial Superfly 11 ชื่อโฟมเดียวกันจึงไม่ได้แปลว่ารองเท้าทุกคู่ต้องให้สัมผัสเดียวกัน

อีกตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพคือ Alphafly รุ่นแรก Nike ระบุว่าระบบที่รวม ZoomX, แผ่นคาร์บอน Flyplate และชุด Air ให้การคืนพลังงาน 85% สำหรับ Apex เอง โฟม ZoomX LT ก็ทำงานร่วมกับชุด Air Zoom สองคู่ซ้อนกันและ Flyplate ที่ปรับรูปทรงเพื่อถ่ายแรง
SkyX: อีกทางเข้าสู่รองเท้าวันแข่ง
Nike SkyX เป็นคำตอบอีกแบบสำหรับรองเท้าวันแข่ง Nike นำโฟมลักษณะเป็นเม็ดที่มีชิ้นส่วนจากโฟมคล้ายวัสดุใน ZoomX มาขึ้นรูปด้วยไอน้ำ เพื่อถ่ายทอดคุณสมบัติด้านการตอบสนองในทางที่เข้าถึงง่ายขึ้น แบรนด์ระบุว่าโฟมนี้เบา ทนทาน และคืนพลังงานสูง โดยรุ่นที่นำมาโชว์ชัดที่สุดคือ Nike Swooshfly
Swooshfly เกิดจากเสียงของนักวิ่งในจีนที่อยากสัมผัสความสนุกแบบรองเท้าแข่งขัน แต่ยังต้องการความสบายและความมั่นใจเมื่อยืนบนเส้นสตาร์ต Nike จับ SkyX เข้ากับแผ่นคาร์บอน Flyplate ที่ปรับให้รับจังหวะวิ่งได้หลากหลาย และออกแบบทรงให้มีพื้นที่มากขึ้น พร้อมแถบรัดกลางเท้าและโครงส้นสำหรับความกระชับ ภาพของ SkyX จึงไม่ใช่แค่โฟมราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าที่พยายามชวนคนหน้าใหม่เข้าสู่วันแข่ง

ReactX: สมดุลความทนทานกับการตอบสนอง
ถ้า ZoomX พาเราไปที่วันแข่ง ReactX ก็พากลับมามองรองเท้าที่ต้องรับระยะใช้งานสะสม Nike พัฒนาจาก React เดิมด้วยกระบวนการขึ้นรูป injected phylon และระบุว่าโฟมใหม่นี้คืนพลังงาน มากกว่า React 13% พร้อมคุณสมบัติด้านความมั่นคงและความทนทาน

Nike มักจับ ReactX กับ ZoomX โดยให้ ZoomX อยู่ชั้นบนเพื่อเพิ่มการตอบสนอง แล้วใช้ ReactX ช่วยเรื่องอายุการใช้งานของพื้น ตัวอย่างคือ Vomero 18 ที่วาง ZoomX บน ReactX เพื่อเน้นการรองรับในรองเท้าวิ่งถนน ใครอยากอ่านประสบการณ์สวมจริงต่อสามารถดู รีวิว Vomero 18 ของ SNKR TODAY ได้ นอกจากรุ่นนี้ Nike ยังระบุ ReactX ในรองเท้าเทรนนิ่ง Hybrid RN และรองเท้าวิ่ง ACG Pegasus Trail กับ Pegasus 42 ด้วย จึงเห็นบทบาทของโฟมนี้ตั้งแต่การซ้อมไปถึงทางเทรล
Cushlon: ความมั่นคงสำหรับการเคลื่อนที่ในคอร์ต
Cushlon อยู่กับ Nike มาตั้งแต่ปี 2006 และเป็นโฟมที่แบรนด์เน้นเรื่องความทนทาน ผลิตด้วยการขึ้นรูปแบบอัดเพื่อให้เนื้อโฟมยังเบา นุ่ม และคืนตัวได้ Nike มี Cushlon หลายสูตรตามชนิดกีฬา และมักจับคู่กับชุด Nike Air หรือ Zoom Air บริเวณหน้าเท้าหรือส้น เพื่อปรับสมดุลระหว่างการรับแรงกระแทก การตอบสนอง และความมั่นคง

ในคอร์ตบาส ความมั่นคงนี้มีความหมายมากเมื่อผู้เล่นเร่ง หยุด หรือขยับออกด้านข้างซ้ำ ๆ Nike ยก Ja 4, Caitlin 1 และ KD 19 เป็นตัวอย่างล่าสุดของรองเท้าที่ใช้ Cushlon จะเห็นว่าโฟมที่คุ้นชื่อจากรองเท้าวิ่งถูกเลือกหรือปรับสูตรตามรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละกีฬา มากกว่าจะจัดอันดับว่าโฟมใด “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน
ทั้งสี่ตระกูลจึงเล่าเรื่องรองเท้า Nike คนละมุม: ZoomX ไล่ขอบเขตสมรรถนะ, SkyX ทำให้ประสบการณ์วันแข่งเข้าถึงง่ายขึ้น, ReactX ให้ความสำคัญกับความทนทานในการใช้งาน และ Cushlon ช่วยสร้างฐานที่มั่นคงในหลายกีฬา แต่ฟีลของรองเท้าจริงยังขึ้นอยู่กับรูปทรงพื้น แผ่นเสริม ชุด Air และการจัดวางวัสดุในแต่ละรุ่น
ที่มาและเครดิตภาพ: Nike — คำอธิบายเทคโนโลยีโฟม (14 ตุลาคม 2026) ข้อมูลประกอบ: Nike Apex, Nike Swooshfly และ Nike Vomero 18









