Mizuno ไม่ได้อัปเดต HYPERWARP เพียงคู่เดียวในปีนี้ แต่สร้างระบบรองเท้าความเร็วครบสี่ระดับ เพื่อให้นักวิ่งเลือกตามเป้าหมายและกลไกการวิ่งของตัวเอง ตั้งแต่ HYPERWARP PURE 2 ที่กดน้ำหนักลงเหลือประมาณ 135 กรัม ไปจนถึง HYPERWARP PACER รุ่นซ้อมไร้แผ่นซึ่งออกแบบให้เท้าทำงานเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ประกาศต้นฉบับจาก Mizuno Japan เผยแพร่วันที่ 8 ตุลาคม 2026 ขณะที่ Mizuno Singapore นำไลน์รุ่นใหม่มาวางขายและอธิบายบทบาททั้งสี่รุ่นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม แกนกลางของซีรีส์ยังเป็นการหาจุดสมดุลระหว่างน้ำหนัก การตอบสนอง และความมั่นคง แต่รุ่นที่สองปรับทั้งโฟม รูปทรงแผ่น และทางเลือกการใช้งานให้แยกจากกันชัดขึ้น
HYPERWARP PURE 2: เบาที่สุดและเกิดมาเพื่อวันแข่ง

PURE 2 คือหัวหอกของไลน์ ใช้ MIZUNO ENERZY XP+ เต็มมิดโซล วัสดุใหม่นี้ช่วยให้ Mizuno เพิ่มความหนาเป็น 38 มม. ที่ส้นและ 35 มม. ที่หน้าเท้า แต่ยังลดน้ำหนักลงเหลือราว 135 กรัมในไซซ์ 27 ซม. อัปเปอร์ TPEE Woven มีโครงสร้างบางและโปร่ง ส่วนฐานพื้นถูกทำให้แบนขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรองเท้าที่เบามาก
SMOOTH SPEED PLATE เป็นแผ่นคาร์บอนทรง 3D ที่ยืดช่วงหน้าเท้าไปทางปลายรองเท้าเพิ่ม 8 มม. จากรุ่นก่อน แนวคิดคือให้แผ่นเข้ามาช่วยช่วง Toe-off ได้นานขึ้น เหมาะกับนักวิ่งที่ใช้ Cadence สูงและต้องการลดมวลที่ต้องเหวี่ยงในทุกก้าว ราคาในญี่ปุ่น 35,200 เยน และมีกำหนดขายวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026
HYPERWARP ELITE 2: โฟมสองชั้นสำหรับแรงส่งที่ควบคุมได้

ELITE 2 ขยับไปทางความสมดุลมากกว่า PURE 2 โดยวาง MIZUNO ENERZY XP+ ไว้ชั้นบนและ ENERZY XP ชั้นล่าง ทำงานร่วมกับ SMOOTH SPEED PLATE แบบคาร์บอนเต็มแผ่น น้ำหนักประมาณ 160 กรัม Stack 39 มม. ที่ส้นและ 36 มม. ที่หน้าเท้า Mizuno วางรุ่นนี้ให้เหมาะกับนักวิ่งที่ใช้ Stride และต้องการแรงดีดต่อเนื่องโดยยังมีฐานที่ควบคุมง่ายในช่วงท้ายมาราธอน ราคา 29,700 เยน วางขายวันที่ 6 พฤศจิกายนเช่นกัน
RACER และ PACER ขยายทางเข้าของ HYPERWARP
HYPERWARP RACER เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับนักวิ่งที่ต้องการลองรองเท้าแข่งคาร์บอน ใช้ ENERZY XP+ ร่วมกับ ENERZY NXT+ และแผ่น SMOOTH SPEED PLATE ที่เสริมคาร์บอน น้ำหนักประมาณ 200 กรัม Stack 37/34 มม. ราคา 22,000 เยน ส่วน PACER ตัดแผ่นคาร์บอนออก ใช้ ENERZY NXT กับ Shank บริเวณกลางเท้าเพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้าง น้ำหนักประมาณ 205 กรัม Stack 35.5/32.5 มม. ราคา 18,700 เยน ทั้งคู่มีกำหนดขายในญี่ปุ่นวันที่ 10 ธันวาคม 2026
การแยกสี่โมเดลช่วยให้ HYPERWARP ไม่ได้เป็นเพียงรองเท้า Super Shoe ที่ทุกคนต้องปรับตัวเข้าหา นักวิ่งสามารถเริ่มจาก PACER เพื่อสร้างจังหวะและความแข็งแรง ขยับสู่ RACER เพื่อเรียนรู้แรงจากแผ่น ก่อนเลือก ELITE 2 หรือ PURE 2 ตามสไตล์ Stride และ Cadence ได้ชัดขึ้น และยังเชื่อมต่อกับงานทดลองสุดขั้วอย่าง HYPERWARP 96 น้ำหนัก 96 กรัม ที่ Mizuno เคยเผยก่อนหน้านี้
แหล่งข้อมูล: Mizuno Japan, Mizuno Singapore



