ASICS (เอสิคซ์) ประกาศเปิดตัว TOKYO Collection คอลเลกชันใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโตเกียว ผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับยุคสมัยใหม่อย่างลงตัว โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยของ ASICS มารวมเข้ากับการออกแบบสุดไอคอนิกของแบรนด์ พร้อมเปิดตัวรองเท้าเรือธง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด MEGABLAST™ และ SONICBLAST™ โดย MEGABLAST™ จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครเฉพาะที่ ASICS Central Park ในวันที่ 26 กันยายน 2568

คอลเลกชันนี้ยังสะท้อนปรัชญาการก่อตั้งของ ASICS “Anima Sana In Corpore Sano” A Sound Mind In A Sound Body หรือ การมีจิตใจที่แจ่มใสอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง พร้อมตอกย้ำเป้าหมายของแบรนด์ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะวิ่งเพื่อร่างกายหรือจิตใจ รองเท้าทุกรุ่นช่วยให้ทุกก้าวเต็มไปด้วยแรงดีดที่ทรงพลัง ความมั่นคงในทุกก้าว หรือความสบายที่สัมผัสได้ตลอดวัน ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนทุกวิถีการวิ่ง และมอบความรู้สึกที่ดียิ่งขึ้นในทุกก้าว
เปิดตัว FF TURBO™ SQUARED Foam

หัวใจสำคัญของรองเท้า MEGABLAST™ และ SONICBLAST™ รองเท้าเรือธง 2 รุ่นใหม่ คือการใช้ FF TURBO™ SQUARED Foam นวัตกรรมพื้นรองเท้าชั้นกลาง (Midsole) ล่าสุดจาก ASICS ที่ให้ความเด้งและการตอบสนองที่เหนือชั้น ควบคู่กับการรองรับแรงกระแทกอย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดสอบที่ สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของ ASICS (ASICS Institute of Sport Science) *1 พบว่า โฟมรุ่นใหม่นี้มีความเด้งมากกว่า FF TURBO™ รุ่นเดิมถึง 32.5%

รองเท้า MEGABLAST™ ถูกออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์วิ่งเหนือชั้น ด้วยพื้นรองเท้าชั้นกลาง (Midsole) จากโฟม FF TURBO™ SQUARED ที่ให้ทั้ง ความเด้งและการรองรับที่ยอดเยี่ยม ในน้ำหนักเพียง 230 กรัม*2 พร้อมส่วน Engineered Mesh Upper ที่ยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี ออกแบบเป็นรองเท้า Daily Trainer ที่เต็มไปด้วยพลัง รองรับการวิ่งทุกสไตล์ ทุกความเร็ว และทุกระยะทาง
รองเท้า SONICBLAST™ รุ่นใหม่ ตอบสนองได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ MEGABLAST™ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกในการวิ่งระยะสั้นและการทำความเร็ว ตั้งแต่การฝึกซ้อมจนถึงวันแข่งขัน โดยรองเท้ารุ่นนี้ผสาน โฟม FF TURBO™ SQUARED เข้ากับ FF BLAST™ MAX Foam ซึ่งเป็นวัสดุที่เบาและให้แรงส่งสูงสุดของ ASICS ให้ความนุ่มเหมือนลอยตัวใต้ฝ่าเท้า ระหว่างสองชั้นโฟมนี้ยังมีชิ้นส่วน ASTROPLATE™ ช่วยให้ผู้วิ่งส่งแรงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทุกก้าวมอบความเร็วและการตอบสนองที่เหนือกว่า
ประสิทธิภาพหลากหลาย ครอบคลุมการวิ่งทุกรูปแบบ
นอกเหนือจากสองรุ่นใหม่แล้ว TOKYO Collection ยังรวมถึงรองเท้าวิ่งยอดนิยมของ ASICS หลายรุ่น เช่น NOVABLAST™ 5 จากตระกูล BLAST รวมถึงรุ่นที่นักวิ่งไว้วางใจมาอย่างยาวนานอย่าง GEL-KAYANO™ 32, GT-2000™ 14, GEL-NIMBUS™ 27 และ GEL-CUMULUS™ 27 ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมโทนสีใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากกรุงโตเกียวและถ่ายทอดทั้งสีสันและพลังงานอันมีชีวิตชีวาของมหานครแห่งนี้อย่างชัดเจน

แรงบันดาลใจด้านดีไซน์

พาเลตสีของคอลเลกชันนี้สะท้อนทั้งความดั้งเดิมและความร่วมสมัยของกรุงโตเกียว เฉดสีม่วงที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกวิสทีเรียสื่อถึงความอ่อนช้อยและไมตรีจิต ขณะที่สีแดงอาทิตย์อุทัยสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่รวดเร็วและพลังงานที่พลุ่งพล่านของกรุงโตเกียว
ดีไซน์ของ TOKYO Collection ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สนามกีฬาแห่งชาติ(National Stadium) ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน World Athletics Championships Tokyo 2025 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นบนเวทีระดับโลก

“ในฐานะที่แบรนด์มีรากฐานจากประเทศญี่ปุ่น ฉะนั้น ASICS มีความผูกพันอันยาวนานกับกรุงโตเกียว” กล่าวโดยพอล แลง (Paul Lang) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์รองเท้าวิ่งแห่ง ASICS “ปีนี้ เราได้เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่านการสนับสนุนงานโตเกียวมาราธอน, World Athletics และกิจกรรม Tokyo : Speed : Race ซึ่งการเปิดตัวคอลเลกชันนี้คือการเฉลิมฉลองทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและพลังงานร่วมสมัยของโตเกียว พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูล BLAST™ ได้แก่ MEGABLAST™ และ SONICBLAST™”

TOKYO Collection จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในราคาเริ่มต้นที่ 5,200 บาท และสำหรับสองรุ่นเรือธง MEGABLAST™ จะเริ่มวางจำหน่ายแบบ Exclusive ก่อนใครเฉพาะที่ Central Park ในวันที่ 26 กันยายน 2568 และจะวางจำหน่ายที่ ASICS Store สาขา Mega Bangna และทางออนไลน์ที่ ASICS.COM วันที่ 27 กันยายน 2568 ในราคา 8,200 บาท และ SONICBLAST™ จะวางจำหน่ายวันที่ 26 กันยายน 2568 ในราคา 6,900 บาท ที่ ASICS Store และร้านค้าชั้นนำ รวมถึงทางออนไลน์ที่ ASICS.COM

พิเศษยิ่งขึ้นด้วยโปรโมชั่นสำหรับ 100 ท่านแรกที่มาซื้อ MEGABLAST™ ณ ASICS Central Park รับฟรีของสมมนาคุณจาก ASICS – กระเป๋า Packable Bag, ผ้าขนหนู, ร่ม และ Voucher รวมมูลค่ากว่า 2,890 บาท เฉพาะวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เท่านั้น










