ACG เปิดตัว Picklejus รองเท้าวิ่งเทรลระดับสูงสุดรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการวิ่งระยะไกลบนภูเขาและเส้นทางที่มีความท้าทายสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรวมประสิทธิภาพสำหรับการวิ่งขึ้นเขา การปกป้องร่างกายในช่วงลงเขา และการยึดเกาะบนสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไว้ในรองเท้าคู่เดียว

หัวใจของ Picklejus ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นชั้นกลาง ZoomX แบบ Dual-Density, อัปเปอร์ Flyknit ที่ปรับแต่งสำหรับ Trail Running และเทคโนโลยีพื้นชั้นนอก GOATEK รุ่นใหม่ ซึ่ง Nike ระบุว่าสามารถเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นเปียกได้ถึง 45% เมื่อเทียบกับพื้น All-Terrain รุ่นก่อนของแบรนด์
สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การวิ่งบนภูเขาระยะไกล


จุดเริ่มต้นของ Picklejus มาจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้นักวิ่งสามารถรับมือกับเส้นทางภูเขาระยะกว่า 100 ไมล์ในบริเวณ Mont Blanc โดยยังประหยัดพลังงานระหว่างการขึ้นเขา ลดแรงกระแทกและความเสียหายของร่างกายในช่วงลงเขา และรักษาความมั่นใจบนภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้พร้อมกัน
ACG ใช้เวลาพัฒนารองเท้ารุ่นนี้ร่วมกับนักวิ่งเทรลระดับแนวหน้าที่แข่งขันใน Chamonix เป็นเวลาประมาณ 3 ปี ก่อนสรุปความต้องการหลักออกมาเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพสำหรับการขึ้นเขาระยะไกล การปกป้องร่างกายขณะลงเขา และความมั่นใจจากการยึดเกาะและความมั่นคงของรองเท้า

Picklejus ยังถือเป็น รองเท้า ACG รุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาผ่าน Nike Sport Research Lab (NSRL) โดยผ่านงานวิจัย 10 โครงการ ต้นแบบกว่า 20 แบบ และการทดสอบโดยนักกีฬามากกว่า 100 คน
ZoomX สองความหนาแน่น โดยไม่ต้องใช้ Plate แบบเดิม
หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่สุดของ Picklejus คือพื้นชั้นกลางที่ Nike ระบุว่าเป็น Co-Molded Dual-Density Supercritical Foam Platform รุ่นแรกของบริษัทที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Trail Running

ระบบนี้ใช้ ZoomX สองสูตรที่มีความหนาแน่นต่างกัน ทำงานร่วมกันภายในพื้นชุดเดียว แกนกลางใช้ ZoomX ที่นุ่มกว่า เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก ปกป้องร่างกายจากแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการวิ่ง และรักษาประสิทธิภาพในระยะไกล
ขณะที่รอบนอกเป็นวงแหวนโฟมที่มีความแน่นมากกว่า ทำหน้าที่เพิ่ม Stability, Support และ Durability พร้อมสร้างสัมผัสคล้ายกับผลของการใช้ Plate โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยแผ่นแข็งรูปแบบดั้งเดิม โฟมทั้งสองส่วนถูกหล่อรวมเป็นแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและสร้างการเปลี่ยนผ่านของก้าวที่เป็นธรรมชาติ แม้ต้องวิ่งบนพื้นผิวภูเขาที่ไม่สม่ำเสมอ
Flyknit สำหรับ Trail พร้อมเส้นด้ายช่วยลดการอมน้ำ
อัปเปอร์เลือกใช้ Flyknit ที่ปรับแต่งสำหรับ Trail Running โดยเฉพาะ พร้อม Knit Containment Cables ที่ช่วยโอบและล็อกเท้าให้มั่นคง ขณะเดียวกันยังสามารถปรับตัวตามการเคลื่อนไหวของเท้าบนภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้

วัสดุใช้ Hydrophobic Yarn หรือเส้นด้ายที่ช่วยไม่ให้น้ำซึมเข้าสู่วัสดุได้ง่าย ซึ่งนอกจากช่วยให้เท้าแห้งขึ้นเมื่อเจอสภาพฝนหรือโคลนแล้ว ยังช่วยลดปัญหาน้ำสะสมจนทำให้น้ำหนักรองเท้าเพิ่มขึ้นระหว่างการแข่งขันอีกด้วย
บริเวณข้อเท้ายังใช้โครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจาก Gaiter เพื่อช่วยล็อกเท้าและลดโอกาสที่เศษหิน ดิน หรือสิ่งแปลกปลอมจะเข้าไปภายในรองเท้า
GOATEK เทคโนโลยีพื้นยึดเกาะใหม่ของ ACG
อีกหนึ่งพระเอกของ Picklejus คือ GOATEK แพลตฟอร์มพื้นชั้นนอกใหม่ที่ ACG พัฒนาขึ้นเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการควบคุมและความมั่นใจบนพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หินเปียก ดินร่วน ทางขึ้นลาดชัน ไปจนถึงทางลง Technical

ACG ระบุว่า GOATEK ให้ Wet Traction เพิ่มขึ้น 45% และมี Abrasion Resistance หรือความทนทานต่อการสึกหรอเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับพื้น All-Terrain รุ่นก่อนหน้าของ Nike
ก่อนเปิดตัว ACG ยังทดสอบ GOATEK ระยะยาวถึง 5 รอบ โดยนักกีฬาสะสมระยะรวมกันมากกว่า 18,000 ไมล์ บนภูมิประเทศภูเขาหลากหลายรูปแบบ พร้อมพบการพัฒนาที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับระบบ Traction รุ่นก่อนของ ACG โดยเฉพาะประสิทธิภาพบนพื้นเปียก


ที่น่าสนใจคือ Nike ไม่ได้มอง GOATEK เป็นเทคโนโลยีที่จำกัดอยู่แค่ ACG หรือรองเท้าเทรล โดยระบุว่าแพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบให้สามารถนำไปต่อยอดกับรองเท้า Performance ประเภทอื่นภายใน NIKE, Inc. ได้ในอนาคต
แล้วชื่อ Picklejus มาจากไหน?
ชื่อ Picklejus เล่นกับ “Pickle Juice” หรือ น้ำดองแตงกวา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่พบได้ในวัฒนธรรมกีฬาประเภท Endurance และมักถูกพูดถึงในบริบทของการรับมือกับอาการตะคริว
Nike จึงนำเรื่องนี้มาใช้เป็นชื่อรองเท้าที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้นักวิ่งยังสามารถลุยต่อได้เมื่อเข้าสู่ช่วงลึกของการแข่งขันระยะไกล นอกจากนี้ รูปทรงโค้งของรองเท้ายังถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายแตงกวาดอง เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงกลับไปยังชื่อ Picklejus อีกด้วย

ACG Picklejus วางจำหน่ายเมื่อไร?
ACG Picklejus มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2027 ผ่าน Nike.com และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดย Nike ยังไม่ได้เปิดเผยราคา น้ำหนัก Stack Height หรือ Drop อย่างเป็นทางการในขณะนี้
ที่มา Nike



