Air Jordan 1 Retro High OG “Crimson Tint” วางจำหน่าย 7 พ.ค. นี้
Air Jordan 1 Retro High OG “Crimson Tint” สีล่าสุดของ Air Jordan 1 เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ราคา 5,800 บาท
Air Jordan 1 Retro High OG “Crimson Tint” สีล่าสุดของ Air Jordan 1 เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ราคา 5,800 บาท
ตามมาติดๆ กับ Air Jordan 11 Retro Low “Pink Snakeskin” ลายหนังงูที่มาในสีชมพูสดตัดกับตัวรองเท้าสีขาวทำให้ลวดลายดูโดดเด่นมากขึ้น
มีข่าวลือออกมาว่า The "Banned" Air Jordan 1 สี Bred จะวางจำหน่ายในช่วง Black Friday 2019 หรือช่วงเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้นั่นเอง งานนี้แฟนๆ สนีกเกอร์เตรียมตัว เตรียมใจรอกันได้เลย สำหรับสีนี้คือสี OG ของ Air Jordan 1 ปรากฏครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 1985 เป็นการแหกกฏ NBA ที่ไนกี้ยอมจ่ายค่าปรับให้กับ Jordan ทุกครั้งที่มีการแข่ง เพราะสมัยก่อน NBA นั้นมีกฏเกี่ยวกับการใส่รองเท้าของนักกีฬาในสนามนั้นจะต้องมีคู่สีที่ต้องตรงกับชุดแข่งของทีม และต้องเป็นสีที่มาแนวเดียวกับเพื่อนรวมทีมด้วย แต่ AJ1 คู่นี้นั้นแตกต่างจากทุกคน มาในสีดำแดง (ชุดชิคาโก บูลส์สีขาวแดง และสีแดงขาว) ซึ่งตอนนั้นค่าปรับอยู่ที่ $5,000 ต่อเกม ถือว่าสูงในในปี ค.ศ. นั้น แต่ผลที่ตามมาก็คือ AJ1 ขายได้มากกว่า 450,000 คู่ (ราคาคู่ละ $65) จึงเป็นที่มาของชื่อว่า The "Banned" ส่วนสี Bred นั้นมาจากคู่สี Black และ Red รวมกันจึงกลายเป็น Bred นั่นเอง งานนี้ถ้ามาจริง สาย Air Jordan 1 ได้เก็บสะสมกันอีกแน่ๆ และดูเหมือนว่าออกมาให้เก็บกันเยอะมาก ที่มา - Solecollector
Air Jordan 14 สีขาวแดง Varsity Red วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 1999 ดีไซน์รองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Ferrari ผ่านไป 20 ปี สีนี้กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง
Tinker Hatfield ดีไซน์เนอร์ของไนกี้ชื่อดังได้ทำการรวมรองเท้าระดับไอคอนนิก เพื่อเฉลิมฉลองให้กับวัน Air Max Day ออกมาเป็นรุ่น Air Jordan 3 Tinker Air Max 1
ในปี 2019 นี้ ถือเป็นการครบรอบ 30 ปี ของรองเท้า Air Jordan 4 ก็กลับมาอีกครั้ง โดยคู่สีแรกของปีก็คือ “Flight Nostalgia” ออกวางจำหน่ายแล้ว
ใกล้จะถึงแมตช์ All-Star กันแล้วสำหรับลีคบาสเก็ตบอล NBA รองเท้ารุ่นต่างๆ ก็มีการออกสีใหม่เพื่อแมตช์นี้โดยเฉพาะ Air Jordan 33 เองก็มีการออกสีใหม่เช่นเดียวกัน โดยจะเป็นสีเงินมันเงาตัดกับสีดำเป็นหลัก insole และ outsole เป็นลวดลายกาแล็คซี่สวยงาม สายคาดก็จะเป็นสีน้ำเงิน-แดง เป็นสีแบ่งฝ่ายของฝั่งตะวันตกและตะวันออก (แต่ปี 2019 ใช้สีเสื้อเป็น ขาว-ดำ) ซึ่งวางจำหน่ายบน Nike.com แล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2019 ที่ผ่านมา ราคา 7,000 บาท รุ่นนี้จะมาพร้อมกับระบบสวมใส่ FastFit จะช่วยปรับความกระชับได้ง่ายขึ้น เพียงดึงห่วงด้านบนเพื่อเพิ่มความกระชับ และดึงห่วงด้านข้างเพื่อคลายรองเท้าให้หลวม midsole มีการนำเทคโนโลยี FlightSpeed มาใช้งาน ช่วยส่งแรงดีดให้พุ่งทะยานไปได้ และลดแรงกระแทกด้วย Nike Air อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา อย่าลืมกดติดตาม Facebook: SNKR TODAY สำหรับติดตามข่าวสารรองเท้าใหม่ๆ และติดตาม Youtube: SNKR TODAY เพื่อดูคลิปวิดีโอรีวิว พรีวิว กันนะครับ
มาถึงรุ่นที่ 2 กันแล้ว สำหรับรองเท้าประจำตัวของ Russell Westbrook รุ่นนี้มีการออกแบบร่วมกับทางเจ้าตัวด้วย ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ Air Jordan มาผสมผสาน โดยสีที่ปรากฏออกมาเรียกว่า "Future History" และใช้ชื่อว่า Jordan Why Not Zer0.2 Why Not เป็นคำที่ทาง Russell Westbrook ชอบใช้คุยกับทางสื่อมวลชน ว่า "ทำไมล่ะ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ" จึงใช้คำว่า Why Not เป็นชื่อรุ่นรองเท้าของเขาเป็นต้นมา ในฤดูกาลที่แล้ว รองเท้าของ Westbrook ก็ได้รับความนิยมอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์และประสิทธิภาพที่ทำได้ออกมาดี สำหรับรุ่นที่ 2 นี้ มีการผสมผ้าหลายสี แต่ละสีก็มีความหมายสำหรับ Westbrook อาทิ สีของชุด Uniform ในตอนเด็ก และแต่ละสีก็เป็นผ้าคนละชนิดกันด้วย ตัว Midsole ก็มีการออกแบบให้สำหรับเขียนชื่อถืงเพื่อนๆ หรือใครสักคนที่ต้องการ และมีการนำ Zoom Air แผ่นใหญ่ที่หน้าเท้า ส่วนของ Traction จะเป็นวงกลม เพื่อการยึดเกาะและการเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว Jordan Why Not Zer0.2 จะวางจำหน่ายในไทยบนเว็บไซต์ Nike.com ราคา 4,600 บาท วันที่ 5 มกราคม 2019 เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ทางไนกี้ได้ทำการวางจำหน่าย Air Jordan 11 Concord รุ่นปี 2018 อีกครั้ง โดยห่างหายมาจากปี 2011 นานถึง 7 ปี
Jordan Brand ได้เลือกวางจำหน่าย Air Jordan 1 Retro High OG “Origin Story” ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองการเข้าฉายภาพยนตร์เรื่อง Spider-man Into the Spider-verse
© 2018 SNKR TODAY