สามทศวรรษหลัง Space Jam เชื่อมโลกบาสเก็ตบอล ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมสนีกเกอร์เข้าด้วยกัน Jordan Brand พาเรื่องราวกลับมาเล่าใหม่ผ่านคอลเลกชันครบรอบ 30 ปี ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำสีดำ-น้ำเงินคู่คลาสสิกมาวางขายอีกครั้ง แต่กระจายรายละเอียดจากเบื้องหน้าและเบื้องหลังของภาพยนตร์ไปยังรองเท้าหลายชนิด กีฬา และเสื้อผ้าสำหรับคนรุ่นใหม่
Jordan Brand ประกาศคอลเลกชันเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 และกำหนดเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 ผ่าน Jordan.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ แกนหลักคือรองเท้า Air Jordan 11 ห้าดีไซน์ พร้อมรุ่นอื่นอย่าง Jordan First 1 “Space Jam”, Air Jordan 3 Retro “Space Jam”, Air Jordan 1 Low SE “Magic Ball” และ Air Jordan 1 Low Golf Spike “Space Jam” ครอบคลุม Lifestyle, Basketball, Golf, Baseball และ Training
Air Jordan 11 Retro OG เก็บรายละเอียดจากคู่ในภาพยนตร์
Air Jordan 11 Retro OG เป็นชิ้นที่ยืนใกล้ต้นฉบับที่สุด โดยใช้สีดำตัด Royal Blue พร้อมรายละเอียดจากคู่ที่ Michael Jordan สวมใน Space Jam ทั้งการเย็บเลข “23” บริเวณส้นแบบสองแถว ป้ายลิ้น “Jumpman Jam” หนังและ Patent Leather ในโทนพรีเมียม ไปจนถึงกล่องที่นำภาพใบหน้าของ Michael Jordan จากแพ็กเกจรุ่นปี 2000 กลับมาใช้ ความตั้งใจจึงอยู่ที่การเก็บภาษาของรุ่นเดิมให้แฟนยุคแรกจดจำได้ทันที
Magic Ball เปลี่ยนสีตามแสง ดึงพลังจากฉากสำคัญ
ฝั่งผู้หญิงได้ Air Jordan 11 “Magic Ball” ซึ่งยกฉากที่เหล่า Monstars ดูดความสามารถของผู้เล่น NBA เข้าไปในลูกบาสเรืองแสงมาเป็นต้นทาง อัปเปอร์ Synthetic Leather ทั้งชิ้นสามารถเปลี่ยนเฉดได้สี่สีเมื่อมุมมองและแสงเปลี่ยน นับเป็นครั้งแรกของ Air Jordan 11 รุ่นนี้ เสริมด้วย Off Noir และ Metallic Silver พร้อมกล่องลายภาพยนตร์และ Magic Ball ที่สร้างเอฟเฟกต์เปลี่ยนสีเช่นเดียวกัน
หน้าสินค้าทางการของ Nike ระบุราคาในสหรัฐฯ 235 ดอลลาร์ รหัส IZ1800-200 และใช้ Full-length Nike Air สำหรับซับแรง พร้อม Midfoot Shank เพิ่มความมั่นคง พื้นโฟมและยางทำหน้าที่เชื่อมดีไซน์สีเหลือบกับโครงสร้าง Air Jordan 11 ที่คุ้นเคย
Green Screen เปลี่ยนเครื่องมือสร้างหนังให้เป็นสีหลัก
Air Jordan 11 “Green Screen” ใช้สีเขียวเต็มตัวแทนฉากหลังที่ทำให้โลกจริงและแอนิเมชันอยู่ในเฟรมเดียวกัน ตัดด้วย Orange Peel ที่อ้างอิงทั้งแครอตของ Bugs Bunny และ Marker ที่ใช้ในงาน Production กล่องรองเท้ามีภาพ Michael Jordan ถือ Clapperboard เพื่อพาเรื่องราวย้อนเข้าไปหลังกล้อง
รุ่น Green Screen ใช้รหัส IQ5700-900 ราคา 255 ดอลลาร์ในสหรัฐฯ และหน้า SNKRS ระบุกำหนดวางจำหน่าย 14 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ตามเวลาที่แสดงในตลาดสหรัฐฯ โครงสร้างประกอบด้วยหนังแท้ หนังสังเคราะห์ และผ้า เสริม Nike Air, Foam Midsole และ Rubber Outsole
ห้าดีไซน์ของ AJ11 ขยายไปถึงสนามเบสบอลและอเมริกันฟุตบอล
อีกสองดีไซน์คือ Air Jordan 11 Baseball Cleat ซึ่งปรับอัปเปอร์ Synthetic Leather และระบบยึดเกาะให้เหมาะกับสนามเบสบอล พร้อมโทนน้ำเงินที่ต่อยอดจาก Magic Ball และ Air Jordan 11 American Football Cleat ซึ่งเป็นรุ่น Promotional เท่านั้นและไม่มีจำหน่ายทั่วไป ทั้งคู่สะท้อนความพยายามของ Jordan Brand ที่จะนำไอคอนจากสนามบาสออกไปทำงานในกีฬาอื่น โดยยังรักษาเส้นสายสำคัญของ AJ11 เอาไว้
มากกว่ารองเท้า: แคมเปญและเรื่องเล่าจากหลังกล้อง
เสื้อผ้าครอบคลุมผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก มี Varsity Jacket, เสื้อ Jersey ของ Lola Bunny, Hoodie, Crewneck, Fleece Pants และ Graphic T-shirt ที่หยิบ Patch, Trading Card, ลาย Galaxy ของ Monstars และป้าย “Secret Stuff” มาปรับใหม่ ส่วนแคมเปญ “Greatness Is Never Out of Reach” ได้ Azzi Fudd, Aaron Judge, Rema และ Teyana Taylor มาสื่อสารแนวคิดการก้าวข้ามข้อจำกัด
Jordan Brand ยังเปิดตัวมินิด็อกหกตอน Space Jam: Beyond the Jam ซึ่งมี Michael Jordan และผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ร่วมเล่าเรื่องเบื้องหลัง นี่เป็นก้าวแรกของการปรับช่อง YouTube ของ Jordan Brand ไปสู่ “Jordan TV” ที่เน้นคอนเทนต์เล่าเรื่องแบบยาวมากขึ้น
แหล่งข้อมูล: Nike Newsroom, Nike SNKRS — Green Screen, Nike — Magic Ball
เครดิตภาพ: Jordan Brand / Nike