ASICS เปิดตัว SONICBLAST 2 รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ พร้อมรองเท้าวิ่งแพ็คสีใหม่ RISE & SHINE

ASICS เปิดตัว RISE & SHINE Collection คอลเลกชันรองเท้าวิ่งใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลัง ความสดใส และความรู้สึกเชิงบวกของการออกไปเคลื่อนไหวในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมเปิดตัว SONICBLAST 2 ซูเปอร์เทรนเนอร์เจเนอเรชันใหม่เป็นครั้งแรก

คอลเลกชันนี้นำรองเท้าวิ่งของ ASICS จำนวน 8 รุ่นมาแต่งโทนสีใหม่ที่ไล่เฉดตามบรรยากาศของท้องฟ้าในช่วงเช้า โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงกับการออกไปวิ่งในช่วงเริ่มต้นของวัน และผลเชิงบวกที่การเคลื่อนไหวสามารถสร้างให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

SONICBLAST 2 เบาลง เด้งขึ้น และตอบสนองมากกว่าเดิม

พระเอกของ RISE & SHINE Collection คือ ASICS SONICBLAST 2 รุ่นใหม่ล่าสุดของรองเท้ากลุ่ม Super Trainer ในตระกูล BLAST ที่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบา ให้ความรู้สึกเด้ง และตอบสนองมากขึ้นจากรุ่นก่อน

การเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่ ASTROPLATE รุ่นใหม่ที่ปรับรูปทรงเป็นแบบ Forked Shape หรือแยกออกเป็นสองส่วนบริเวณด้านหน้า แทนโครงสร้าง Plate แบบเดิม การออกแบบนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้โฟม FF TURBO SQUARED ขยายต่อเนื่องผ่านพื้นชั้นกลางไปจนถึงบริเวณ Trampoline Pod ที่หน้าเท้า เพื่อเพิ่มแรงส่งและความรู้สึกเด้งขณะวิ่ง

หากเทียบกับ SONICBLAST รุ่นแรกที่ใช้ PEBAX Plate วางอยู่ตรงกลางระหว่างโฟมสองชั้น รุ่นใหม่จึงไม่ได้เพียงเปลี่ยนวัสดุ แต่เป็นการปรับ Geometry ของระบบพื้นรองเท้าใหม่เพื่อให้ Plate และ Foam ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น รุ่นแรกเองใช้ FF BLAST MAX และ FF TURBO SQUARED เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มี Trampoline Pod แบบใหม่ของรุ่นที่สอง

พื้นชั้นกลาง FF TURBO SQUARED + FF BLAST MAX

พื้นชั้นกลางของ SONICBLAST 2 ยังคงใช้โครงสร้าง Dual-Foam ที่ผสมผสานระหว่าง FF TURBO SQUARED และ FF BLAST MAX โดยโฟม FF TURBO SQUARED ทำหน้าที่สร้างสัมผัสที่เด้งและคืนพลังงานสูง ขณะที่ FF BLAST MAX ช่วยเพิ่มความนุ่มและการรองรับแรงกระแทก เมื่อทำงานร่วมกับ ASTROPLATE และ Trampoline Pod บริเวณหน้าเท้า ASICS จึงตั้งใจให้ SONICBLAST 2 มีทั้งแรงส่งและความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับการซ้อมหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Daily Training ไปจนถึง Tempo Run

ASICS ระบุว่าแนวทางของรุ่นใหม่นี้ไม่ใช่การสร้าง SONICBLAST ขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการปรับรายละเอียดของระบบเดิมให้ความรู้สึก เบา ลื่นไหล และใช้แรงน้อยลง โดยยังรักษาความเด้งที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นเอาไว้

เบาลงประมาณ 14 กรัม

SONICBLAST 2 ยังปรับมาใช้อัปเปอร์ Engineered Mesh แบบใหม่ เพื่อเพิ่มการระบายอากาศและความสบาย พร้อมลดน้ำหนักโดยรวมลงประมาณ 14 กรัม เมื่อเปรียบเทียบในไซซ์ผู้ชาย US 9

สำหรับสเปกจากหน้าผลิตภัณฑ์ ASICS รุ่นผู้ชายมีน้ำหนักประมาณ 242 กรัม พื้นสูง 46 มม. ที่ส้น / 38 มม. ที่หน้าเท้า หรือ Drop 8 มม. ขณะที่รุ่นผู้หญิงมีน้ำหนักประมาณ 207 กรัม และ Stack Height 45/37 มม.

พื้นชั้นนอกยังใช้ ASICSGRIP เพื่อเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวที่หลากหลาย

สเปก ASICS SONICBLAST 2

รายละเอียดSONICBLAST 2
ประเภทSuper Trainer / Daily & Tempo
MidsoleFF TURBO SQUARED + FF BLAST MAX
PlateForked ASTROPLATE
ForefootFF TURBO SQUARED Trampoline Pod
UpperEngineered Mesh
OutsoleASICSGRIP
น้ำหนักผู้ชาย242 กรัม
Stack ผู้ชาย46 / 38 มม.
Drop8 มม.
ราคา US$190

RISE & SHINE Collection มีรองเท้าอะไรบ้าง?

นอกจาก SONICBLAST 2 แล้ว ASICS ยังนำรองเท้า Performance Running อีก 7 รุ่นมาอยู่ใน RISE & SHINE Collection ได้แก่ MEGABLAST, SUPERBLAST 3, NOVABLAST 6, GEL-NIMBUS 28, GEL-CUMULUS 28, GEL-KAYANO 33 และ GT-2000 15

สีของรองเท้าแต่ละรุ่นถูกออกแบบให้เปลี่ยนแปลงไปตามเฉดของท้องฟ้าในช่วงเช้า สะท้อนแนวคิดเรื่องการเริ่มต้นใหม่ พลัง และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มต้นวัน

Lindsay Fattlar, Senior Manager of Performance Running Global Color ของ ASICS อธิบายว่า ทีมออกแบบไม่ได้ต้องการถ่ายทอดเพียง “สีของพระอาทิตย์ขึ้น” แต่รวมถึงความรู้สึกของความเป็นไปได้ การเริ่มต้นใหม่ และการตัดสินใจที่จะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อตัวเองก่อนที่วันใหม่จะเริ่มต้นขึ้น

ASICS RISE & SHINE Collection รวมถึง SONICBLAST 2 เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2026 โดยราคาของสินค้าในคอลเลกชันเริ่มต้นที่ 140 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน SONICBLAST 2 มีราคาในสหรัฐฯ อยู่ที่ 190 ดอลลาร์สหรัฐ

ในประกาศ Global ของ ASICS ยังไม่ได้ระบุราคาและรายละเอียดการวางจำหน่าย SONICBLAST 2 ในประเทศไทยโดยเฉพาะ

ที่มา sneakerfreaker

Exit mobile version