adidas TERREX Agravic Speed Ultra Evo นำเทคโนโลยีรองเท้ามาราธอนมาสู่ Trail Racing

adidas TERREX Agravic Speed Ultra Evo นำเทคโนโลยีรองเท้ามาราธอนมาสู่ Trail Racing

adidas TERREX เผยโฉม adidas Agravic Speed Ultra Evo รองเท้าวิ่งเทรลสำหรับการแข่งขันระยะไกลรุ่นใหม่ ที่นำเทคโนโลยีจากฝั่ง Road Running โดยเฉพาะแนวคิดจาก Adizero Adios Pro Evo 3 มาปรับให้พร้อมรับมือกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายและท้าทายมากขึ้น

adidas ระบุอย่างเป็นทางการว่า Agravic Speed Ultra Evo เป็นการนำเทคโนโลยี Running ที่ดีที่สุดของแบรนด์มาผสานกับวัสดุ Performance Outdoor ขณะที่ตัวรองเท้าเตรียมปรากฏตัวในช่วง UTMB Mont-Blanc 2026 ที่ Chamonix ประเทศฝรั่งเศส

จาก Adios Pro Evo 3 สู่สนาม Trail

จุดที่ทำให้ Agravic Speed Ultra Evo น่าสนใจ คือแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับ Adizero Adios Pro Evo 3 รองเท้าวิ่งถนนระดับสูงสุดของ adidas โดยนำเทคโนโลยีสำหรับการแข่งขันระยะไกลมาปรับใหม่ให้เหมาะกับพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอของเส้นทางเทรล

แม้จะเป็นรองเท้าสำหรับ Ultra Trail แต่ Agravic Speed Ultra Evo มีน้ำหนักประมาณ 250 กรัมในไซซ์ US 9 ซึ่งเบากว่า Agravic Speed Ultra 2 ราว 5% ขณะที่รายงานสเปกระบุความสูงพื้นประมาณ 39 มม. บริเวณส้น และ 33 มม. บริเวณหน้าเท้า หรือ Drop 6 มม.

Dual ENERGYRIM เปลี่ยนแนวคิดจากถนนให้เหมาะกับ Trail

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ Dual ENERGYRIM ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากโครงสร้าง ENERGYRIM ที่ใช้ใน Adios Pro Evo 3 แทนที่จะใช้โครงสร้างแข็งชิ้นเดียว ระบบใน Agravic Speed Ultra Evo ถูกออกแบบให้ ENERGYRIM แต่ละฝั่งสามารถทำงานได้อย่างอิสระ เพื่อให้รองเท้าปรับตัวตามพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้ดีขึ้น พร้อมช่วยรักษาทั้งความมั่นคงและประสิทธิภาพในการส่งแรงระหว่างการวิ่ง

แนวคิดนี้มีความสำคัญกับรองเท้า Trail เพราะนอกจากแรงส่งแล้ว รองเท้ายังต้องสามารถบิดและปรับตัวตามก้อนหิน ความลาดชัน และพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางได้ด้วย

LIGHTSTRIKE PRO สำหรับการแข่งขันระยะไกล

พื้นชั้นกลางใช้ LIGHTSTRIKE PRO ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการวิ่งเทรลโดยเฉพาะ พร้อมโครงสร้างที่ช่วยให้โฟมสามารถยุบตัวได้มากขึ้น โดยยังรักษาความมั่นคงเอาไว้

ข้อมูลจากการทดสอบของ adidas ระบุว่าโครงสร้างใหม่ให้การยุบตัวของโฟมเพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยไม่ลดทอนเสถียรภาพของรองเท้า พร้อมปรับ Rocker Geometry และ Landing Platform เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านในแต่ละก้าวมีความลื่นไหลมากขึ้นบนพื้นผิวที่หลากหลาย

เมื่อเทียบกับ Agravic Speed Ultra 2 adidas ระบุว่า Agravic Speed Ultra Evo ให้ Energy Return เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% และช่วยปรับปรุง Running Economy ประมาณ 1% จากการทดสอบทั้งในห้องแล็บและ Outdoor Testing

TRAILOCK Upper เบา กระชับ และป้องกันเศษดิน

อัปเปอร์ใช้โครงสร้าง TRAILOCK น้ำหนักเบา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความกระชับในลักษณะคล้าย Second Skin พร้อมให้ความสบายสำหรับการแข่งขันระยะไกล

วัสดุ Woven สามารถยืดตัวในทิศทางที่กำหนด ขณะที่ Collar ถูกยกสูงขึ้นและทำหน้าที่คล้าย Gaiter เพื่อช่วยลดโอกาสที่เศษดิน หิน หรือสิ่งแปลกปลอมจะเข้าไปภายในรองเท้า โดยลดจำนวนตะเข็บลงเพื่อช่วยทั้งเรื่องน้ำหนักและความสบายระหว่างการใช้งานเป็นเวลานาน

Continental Rubber สำหรับการยึดเกาะบนเส้นทาง

พื้นชั้นนอกยังคงใช้ Continental™ Rubber ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้เป็นประจำในรองเท้า Trail ของ adidas TERREX โดยใน Agravic Speed Ultra Evo มีการออกแบบพื้นที่ของยางอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดน้ำหนักโดยยังคงการยึดเกาะในบริเวณสำคัญของพื้นรองเท้า

เมื่อทำงานร่วมกับฐานรองเท้าที่กว้างขึ้น โครงสร้าง Dual ENERGYRIM และ LIGHTSTRIKE PRO รองเท้าจึงถูกออกแบบให้มีทั้งแรงส่งและความมั่นคงสำหรับการแข่งขันระยะไกลบนภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เตรียมประเดิมสนามที่ UTMB Mont-Blanc 2026

adidas Agravic Speed Ultra Evo เตรียมประเดิมสนามผ่านนักกีฬา adidas TERREX ในการแข่งขัน UTMB Mont-Blanc 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–30 สิงหาคม

รองเท้าจะเริ่มวางจำหน่ายแบบ Ultra-Limited ที่ Chamonix ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2026 ขณะที่ House of Heat และสื่อ Running หลายแห่งรายงานตรงกันว่าราคาจะอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ / 500 ยูโร และจะมีจำนวนเพิ่มเติมวางจำหน่ายแบบจำกัดอีกครั้งในช่วงปลายปี โดยตลาดสหรัฐฯ มีกำหนดในช่วงเดือนธันวาคม

ที่มา House of Heat

Exit mobile version