adidas Adizero Adios Pro Evo 3 คว้ารางวัลออกแบบ 2026 ชูโครงสร้างเบาเฉลี่ย 97 กรัม

adidas Adizero Adios Pro Evo 3 มีอีกความสำเร็จนอกสนามแข่ง เมื่อ Fast Company ประกาศให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นผู้ชนะรางวัล Innovation by Design 2026 ในสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ผ่านบทความวันที่ 14 กันยายน 2026 โดยจุดที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือการสร้างรองเท้ามาราธอนที่ยังรองรับเท้าได้ ภายใต้น้ำหนักที่ลดลงจนเหลือเพียงสองหลัก

ข่าวครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวเรื่องรางวัลของรองเท้าที่ adidas เปิดตัวเมื่อ 23 เมษายน 2026 ความน่าสนใจจึงอยู่ที่เบื้องหลังการออกแบบ ตั้งแต่การจัดวางโฟมและคาร์บอน ไปจนถึงการลดชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่รวมกันเป็นน้ำหนักของรองเท้าทั้งข้าง

ภาพประชาสัมพันธ์รองเท้า adidas แสดงรายละเอียดสินค้าและวัสดุ — ภาพ: adidas

97 กรัม กับโจทย์ที่ใช้เวลาพัฒนาสามปี

ตามข้อมูลของ adidas รองเท้าตัวอย่างไซซ์ UK 8.5 มีน้ำหนักเฉลี่ย 97 กรัม ตัวเลขนี้ผ่านการพัฒนาราวสามปีและการปรับต้นแบบมากกว่าสิบสองรอบ แบรนด์ระบุว่าทีมงานทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการที่เยอรมนีและร่วมกับนักกีฬาในเคนยาและเอธิโอเปีย เพื่อให้การลดน้ำหนักยังตอบโจทย์รองเท้าสำหรับวันแข่งขัน

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า adidas ระบุว่า Evo 3 เบาลง 30% ให้การคืนพลังงานบริเวณหน้าเท้ามากขึ้น 11% และช่วยเพิ่มความประหยัดพลังงานในการวิ่ง 1.6% ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลที่แบรนด์รายงานภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของตนเอง จึงไม่ใช่การรับประกันว่านักวิ่งทุกคนจะทำเวลาได้ดีขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

adidas ระบุน้ำหนักเฉลี่ย 97 กรัมจากรองเท้าตัวอย่างไซซ์ UK 8.5 — ภาพ: adidas

Lightstrike Pro Evo ทำงานร่วมกับ ENERGYRIM

พื้นชั้นกลางใช้ Lightstrike Pro Evo รุ่นใหม่ ซึ่ง adidas ระบุว่ามีน้ำหนักลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับโฟมรุ่นก่อน ๆ โดยออกแบบร่วมกับ ENERGYRIM ระบบโครงสร้างที่ผสานคาร์บอนเพื่อรองรับปริมาณโฟมใต้ฝ่าเท้า พร้อมปรับความแข็งให้เหมาะกับการพยุงเท้า แนวคิดสำคัญอยู่ที่การพัฒนาโฟมและโครงสร้างให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน

สเปกความสูงพื้นตามเอกสารของแบรนด์อยู่ที่ส้น 39 มม. และหน้าเท้า 36 มม. หรือ Drop 3 มม. ส่วนพื้นชั้นนอกเลือกวางยาง Continental บริเวณหน้าเท้าในตำแหน่งที่จำเป็น เพื่อรักษาการยึดเกาะขณะวิ่งเร็วโดยควบคุมน้ำหนักไปด้วย

โฟม Lightstrike Pro Evo และรายละเอียดด้านข้างของรองเท้า — ภาพ: adidas

อัปเปอร์ได้แรงบันดาลใจจากใบว่าวไคต์เซิร์ฟ

อีกส่วนที่ช่วยให้รองเท้าไปถึงเป้าหมายน้ำหนักคืออัปเปอร์บางเบา ซึ่ง adidas อ้างอิงแนวคิดจากเทคโนโลยีใบว่าวไคต์เซิร์ฟ แล้วปรับทั้งเชือกและงานเย็บอย่างละเอียด ภาพระยะใกล้เผยให้เห็นวัสดุโปร่งบาง ลิ้นรองเท้าที่ลดส่วนเกิน และรายละเอียดแถบสามขีดบนตัวรองเท้าสีขาว

อัปเปอร์และส่วนประกอบขนาดเล็กถูกออกแบบเพื่อลดน้ำหนัก — ภาพ: adidas

ภาพรวมนี้อธิบายได้ว่าทำไม Evo 3 จึงถูกพูดถึงในมุมงานออกแบบควบคู่ไปกับสมรรถนะ: ทุกส่วนมีหน้าที่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องน้ำหนัก ตั้งแต่วัสดุหุ้มเท้าไปจนถึงโครงสร้างใต้เท้า ขณะที่รางวัลจาก Fast Company เป็นการยกย่องด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ผลทดสอบเปรียบเทียบรองเท้าของ SNKR TODAY

ราคาและแผนวางจำหน่ายที่ประกาศไว้

ราคาอ้างอิงจากประกาศเปิดตัวคือ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 500 ยูโร รอบจำหน่ายจำนวนจำกัดตั้งแต่ 25 เมษายน 2026 แบบจำนวนจำกัด และวางจำหน่ายในประเทศไทยไปเมื่อ 26 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ราคา 20,000 บาท และมีวางจำหน่ายเป็นรอบๆ

แหล่งข้อมูล: Fast Company — รางวัล Innovation by Design 2026 (14 กันยายน 2026) และ adidas News — รายละเอียดรองเท้าและสเปก (23 เมษายน 2026)

เครดิตภาพ: adidas — ภาพจากชุดประชาสัมพันธ์ที่อนุญาตให้ใช้ประกอบข่าว

Exit mobile version